เส้นทางการเดินทัพ พระเจ้าตากสินมหาราช จากวัดพิชัยสู่ตราด เพื่อกอบกู้บ้านเมือง

Go down

เส้นทางการเดินทัพ พระเจ้าตากสินมหาราช จากวัดพิชัยสู่ตราด เพื่อกอบกู้บ้านเมือง

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญ  chaiyos on Tue Jun 10, 2008 10:09 am


เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่สามารถเข้าตีเมืองจันทร์ได้ในวันที่ 15 มิถุนายน 2310
และเป็นจุดหักเหเปลี่ยนประวัติศาสตร์ชาติไทยครั้งใหญ่ทีสุดให้สามารถกอบกู้กรุงศรีอยุธยาจากการทำลายของพม่าได้

ต่อไปนี้คือวินาทีการกู้ชาติที่ยากยิ่งของสมเด็จพระเจ้าตากสิน

การกู้ชาติของสมเด็จพระเจ้าตากสินนับว่าเป็นภารกิจที่ยากที่สุด ตั้งแต่ตั้งสยามประเทศเป็นต้นมา เพราะเหตุผลดังนี้

1.พระองค์มีต้นทุนทางการเมืองน้อย ไม่ได้เป็นพระราชวงศ์มาก่อน
2.ไม่มีฐานกำลังที่มั่นในหัวเมือง เฉกเช่น พระยาพิษณุโลก หรือพระยานครศรีธรรมราช
3.ไม่มีไพร่พล ช้าง ม้า อุปกรณ์การรบใด ๆ มีเพียงทหารเอกคู่กายไม่กี่คนเท่านั้น
4.ภารกิจแรกคือการต่อสู้เพื่อให้ ชนะใจผู้คน คือลูกน้อง ชาวบ้าน จนได้ภาวะการเป็นผู้นำ โดยการปราบปราบชุมโจรที่และเมืองต่าง ๆ ทีละเมือง ๆ ด้วยความยากเข็ญและต่อสู้มีโอกาสเพลี่ยงพล้ำอยู่บนความเป็นความตายทุกวินาที
5.ต้องสร้างความมุ่งมั่นและมีพระวิสัยทัศน์ คือภารกิจการกอบกู้กรุงศรีอยุธยาให้สำเร็จอย่างชัดเจน และสามารถสื่อสารถ่ายทอดให้คนรอบข้าง ทั้งลูกน้อง ชาวบ้าน เจ้าเมืองต่างๆ ให้คิด และมุ่งมั่นไปในทางเดียวกันได้ ชุมนุมอื่น ๆ นั้นมีแต่ความมักใหญ่ใฝ่สูง บ้างสถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์ ทำแต่เพื่อตนเอง หามีใจคิดกู้ชาติบ้านเมืองไม่

สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือพระยาตากในขณะนั้นต้องตัดสินใจตีฝ่าวงล้อมออกมาจากค่ายวัดพิชัย นั้น มีกำลังคนน้อยประมาณ 500 คนเท่านั้น เส้นทางการกอบกู้เอกราช นั้น แสนยากลำบากนัก ในวินาทีนั้นในคณะก็ไม่มีใครรู้ชตากรรม มีแต่ความมุ่งมั่นเพื่อการกู้ชาติประการเดียว
เส้นทางการต่อสู้ของพระองค์

จึงน่าสนใจ ว่าเส้นทางเดินทัพของพระองค์ท่าไปที่ไหนบ้างและ ประสบผลสำเร็จในแต่ละช่วง ๆ ด้วยบุญญาบารมีของท่าน ในช่วงวิกฤตกาลนี้อย่างไร

*วันเสาร์ ตอนเที่ยงคืน ขึ้น ๔ ค่ำ เดือนยี่ ปีจออัฐศก จุลศักราช ๑๑๒๘ หรือ พ.ศ. ๒๓๐๙ เกิดเพลิงไหม้ขึ้นในพระนคร ไหม้ตั้งแต่ท่าทรายติดลามมาถึงสะพานช้างวงคลองข้าวเปลือก แล้วข้ามมาติดป่ามะพร้าว ป่าโทน ป่าถ่าน ป่าทอง ป่ายา วัดราชบูรณะ วัดมหาธาตุ วัดฉัททันต์ ติดกุฎีวิหารและบ้านเรือนมากกว่าหมื่นหลัง
ไฟไหม้ในพระนครยังไม่ดับ พระยาตากก็ยกสมัครพรรคพวกไพร่พลไทยจีนออกจาก
*ค่ายวัดพิชัย เดินทัพไปทางบ้านหันตรา
พม่ายกพลติดตามทัน ได้ต่อรบกันเป็นสามารถ พม่าต่อต้านมิได้ก็ถอยกลับไป

พระยาตากเดินทัพต่อไปทางบ้านข้าวเม่า จนถึงบ้านสามบัณฑิต เวลาสองยามเศษ เมื่อมองกลับไปเห็นแสงไฟรุ่งโรจน์โชตนาการยังไหม้กรุงอยู่ ก็ให้หยุดพักทัพ

วันอาทิตย์ รุ่งเช้า พระยาตากเดินทัพไปถึงบ้านโพสามหาว หรือโพสาวหาญ หรือโพสังหาร
พม่ายกพลติดตามไปอีก ได้ต่อรบกันเป็นสามารถ ทัพพม่าแตกกระจัดกระจายพ่ายแพ้ไป
พระยาตากให้เดินทัพต่อไป ตอนเย็นถึงบ้านพรานนก หยุดพักแรม ให้ทแกล้วทหารออกไปลาดเลี้ยวเที่ยวหาอาหาร พบกองทัพพม่ายกมาจากบางคาง (ปราจีนเก่า) พม่าไล่ติดตามมา พระยาตากจึงขึ้นม้าพร้อมไพร่พลออกรบพม่าก่อน กองทัพพม่าแตกพ่ายกระจายไป
ทแกล้วทหารเห็นกำลังบุญฤทธิ์พระยาตากเป็นอัศจรรย์ ก็ยกย่องว่าเป็น "จอมกษัตริย์สมมุติวงศ์" เท่ากับแสดงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นพระมหากษัตริย์

รุ่งขึ้นขุนชำนาญไพรสณฑ์และนายกองช้างเมืองนครนายกมีจิตสวามิภักดิ์ เอาช้างมาถวาย ๖ ช้าง นำเสด็จถึงบ้านบางดง เข้าหยุดประทับในที่นั้น แล้วสั่งให้ขุนหมื่นพันทนายบ้านยอมอ่อนน้อม แต่ไม่สำเร็จ กลับท้าทายอีก แล้วตั้งค่ายจะสู้รบ
รุ่งขึ้น พระเจ้าตากยกเข้าตีค่ายได้ช้าง ๗ ช้าง
พระเจ้าตากยกพลไปประทับที่ตำบลหนองไม้ซุง ตามทางเมืองนครนายก แล้วประทับรอนแรมไปอีกสองวันก็ถึงบ้านนาเริ่ง
ออกจากบ้านนาเริ่งวันหนึ่งถึงเมืองปราจีนบุรี ข้ามแม่น้ำที่ด่านกบ (แจะ) (ประจันตคาม ปราจีนบุรี) ให้พักรี้พลหุงอาหาร กินเสร็จแล้วเดินทัพข้ามทุ่งไปจนตกเย็น หยุดพักทัพรอสมัครพรรคพวกที่ตามไม่ทันอยู่ ๓ วัน (เอกสารบางเล่มบอกว่าอยู่ชายดงศรีมหาโพธิ์)
ฝ่ายพม่าเกณฑ์ทัพเรือให้ขึ้นมาสมทบกับทัพบกตั้งอยู่ปากน้ำเจ้าโล้ (โจ้โล้) ยกไปขึ้นที่ท่าข้าม ติดตามกองทัพพระเจ้าตากได้รบกันหนักจนพม่าแตกกระจัดกระจายพ่ายไป
จากนั้นพระเจ้าตากยกพลนิกายไปทางบ้านทองหลาง บ้านสะพานทอง (อ.พานทอง) บางปลาสร้อย ก็เป็นอันพ้นกองทัพพม่า

ทำไมต้องมุ่งตะวันออก?

ทำไมพระยาตากต้องไปหัวเมืองชายทะเลตะวันออก?

ประการแรก จะตีฝ่าพม่ากลับไปเมืองตาก เป็นสิ่งที่เป็นไปเกือบไม่ได้ เพราะพม่ายึดไว้หมดแล้ว ฐานกำลังถ้าจะมีอยู่บ้างก็คงแตกกระจัดกระจายหนีไปหมดแล้ว ใช้อะไรไม่ได้

ประการที่สอง ทางด้านตะวันออกยังค่อนข้างปลอดภัยจากกองทัพพม่ามากกว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชาธิบายว่า พ้นจากเมืองชลบุรีไปทางตะวันออกก็พ้นพม่าเสียแล้ว

ประการที่สาม หัวเมืองชายทะเลด้านตะวันออกเป็นศูนย์กลางของการติดต่อกับส่วนอื่นๆ ของราชอาณาจักร เช่น เมืองจันทบูรเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือข้ามอ่าวไทยลงสู่ปักษ์ใต้ ทั้งอาจติดต่อกับเขมรและพุทไธมาศได้สะดวก ถ้าถึงที่สุดแล้วเมืองจันทบูรยังเป็นปากทางที่จะหนีไปที่อื่นๆ ได้ง่าย

ประการที่สี่ มีชาวจีนสายแต้จิ๋วตั้งถิ่นฐานอยู่แล้ว ย่อมมีโอกาสและกาสมัครพรรคพวกได้อีก


*มุ่งหน้ายึดเมืองระยอง

เมื่อเสด็จถึงบ้านนาเกลือ (บางละมุง) นายกล่ำเป็นนายชุมนุมคุมไพร่พลอยู่ที่นั่น คอยสกัดคิดประทุษร้าย พระเจ้าตากเสด็จทรงช้างทรงพระแสงปืนต้นรางแดงกับหมู่พลโยธาหาญ เข้าไปในหว่างพลทหารซึ่งนายกล่ำอยู่นั้น นายกล่ำกับพรรคพวกเกรงกลัวอานุภาพ วางอาวุธถวายบังคมอ่อนน้อม

วันรุ่งขึ้นนายกล่ำคุมไพร่นำเสด็จไปถึงพัทยา หยุดประทับแรม

รุ่งขึ้นไปประทับแรมที่นาจอมเทียน ทุ่งไก่เตี้ย สัตหีบ แห่งละคืน

รุ่งขึ้นเดินทัพทางริมทะเลถึงหินโด่ง และน้ำเก่า เข้าแขวงเมืองระยอง

ผู้รั้งเมืองระยองและกรมการทั้งปวงชวนกันมาต้อนรับเสด็จ ถวายธัญญาหารเกวียนหนึ่ง เสด็จไปประทับอยู่วัดลุ่ม ๒ วัน รับสั่งให้จัดลำเลียงอาหารขุดค่ายคู

ขณะนั้นมีผู้แจ้งเหตุว่า กรมการเมืองระยองมีขุนรามหมื่นส้อง นายทองอยู่นกเล็ก ขุนจ่าเมือง เป็นต้น คบคิดกันคุมพรรคพวกจะยกเข้าทำประทุษร้าย
พระเจ้าตากจึงทรงวางแผนปราบปรามจนราบคาบล้มตายแตกยับเยิน จึงตรัสให้ยับยั้งอยู่บำรุงทแกล้วทหารให้มีกำลังอยู่เมืองระยองประมาณ ๗-๘ วัน
เมื่อเสด็จสถิตอยู่เมืองระยอง พระเจ้าตากมีพระราชดำริให้ข้าหลวงไปเกลี้ยกล่อมพระยาจันทบูรให้ยอมอ่อนน้อม เพื่อไม่ให้เกิดสงคราม พระยาจันทบูรทำอุบายผัดผ่อนเรื่อยมา
ระหว่างรอเวลาให้พระยาจันทบูรยอมอ่อนน้อม พวกขุนรามหมื่นส้องกับนายทองอยู่นกเล็กที่แตกไปจากเมืองระยองลอบเข้ามาลักโคกระบือช้างม้าไปเนืองๆ

พระเจ้าตากจึงเสด็จกรีธาทหารออกจากเมืองระยอง ไปบ้านประแส บ้านไข้ บ้านคา บ้านกล่ำ บ้านแกลง ที่อ้ายขุนรามหมื่นส้องตั้งอยู่นั้นเพื่อปราบปราม ขุนรามหมื่นส้องแตกหนีไปอยู่กับพระยาจันทบูร

เมื่อได้ครอบครัวช้างม้าโคกระบือล้อเกวียนที่ถูกขุนรามหมื่นส้องลักพาคืนมาแล้ว ก็เสด็จยกพลนิกร กลับมาเมืองระยอง บำรุงทแกล้วทหารรวบรวมเครื่องสรรพาวุธปืนใหญ่น้อย เกลี้ยกล่อมอาณาประชาราษฎร์อันแตกตื่นออกไปอยู่ป่าดงได้เป็นอันมาก พระเจ้าตากก็เสด็จรอท่าพระยาจันทบูรอยู่

เลียบเมืองชลบุรี

เมื่อทรงทราบว่านายทองอยู่นกเล็ก ตั้งอยู่เมืองชลบุรี ประพฤติพาลทุจริต คอยทำร้ายข่มเหงอาณาประชาราษฎร์ พระเจ้าตากจึงรับสั่งให้ยกโยธาหาญไปปราบ

เสด็จไปทางบ้านหนองมน แล้วหยุดประทับที่วัดหลวง ดำรัสให้สหายนายทองอยู่นกเล็กไปว่ากล่าวเกลี้ยกล่อมก่อน นายทองอยู่นกเล็กก็ยอมอ่อนน้อมโดยดี เข้ามาเฝ้าที่วัดหลวง แล้วนำเสด็จเข้าไปในเมืองชลบุรี ประทับอยู่เก๋งจีน

*ตีเมืองจันทบูร

เมื่อพระเจ้าตากเสด็จกลับไปประทับอยู่เมืองระยอง ฝ่ายพระยาจันทบูรเชื่อคำยุยงของขุนรามหมื่นส้อง แต่งอุบายให้พระสงฆ์มาเชิญเสด็จไปเมืองจันทบูร แล้วจะจับกุมพระองค์
พระเจ้าตากเสด็จพร้อมพหลพลนิกายตามพระสงฆ์ไปถึงบ้านพลอยแหวน
พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) พรรณนาว่า...
"ฝ่ายพระยาจันทบูรก็ให้หลวงปลัดกับคนที่ชื่อ, ออกมานำทัพเป็นกลอุบาย, ให้กองทัพหลวงเลี้ยวไปทางใต้เมือง จะให้ข้ามน้ำไปอยู่ฟากตะวันออก จะคอยทำร้ายเมื่อพลทหารข้ามน้ำนั้น พระองค์ทรงทราบ จึงให้นายบุญมีมหาดเล็กขึ้นม้าควบไปห้ามทหารกองหน้ามิให้ไปตามทางหลวงปลัดนำนั้น ให้กลับมาตามทางขวาง ตรงเข้าประตูท่าช้าง เสด็จประทับ ณ วัดแก้ว ริมเมืองจันทบุรี จึงให้พลทหารตั้งล้อมพระวิหารวัดแก้ว แล้วเสด็จประทับอยู่ที่นั้น..."

พระยาจันทบูรให้กรมการเมืองออกมาเชิญเสด็จ แต่พระเจ้าตากปฏิเสธ มีพระมหากรุณาตรัสให้ไปบอกว่า พระยาจันทบูรควรออกมาอ่อนน้อม แล้วส่งตัวขุนรามหมื่นส้องผู้เป็นปัจจามิตรคืนมา จึงจะเข้าไปในเมือง

พระยาจันทบูรมิได้ทำตามรับสั่ง ซ้ำมิหนำยังมีพิรุธหลอกล่อหลายครั้ง พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) พรรณนาว่า...

"จึงตรัสว่าพระยาจันทบูรมิได้ตั้งอยู่ในสัตยภาพแล้ว และเห็นว่าขุนรามหมื่นส้องจะช่วยป้องกันเมืองไว้ได้ ก็ให้ตกแต่งการไว้ให้มั่นคงเถิด เราจะตีเอาให้จงได้ แล้วจึงตรัสสั่งโยธาหาญทั้งปวงให้หุงอาหารรับพระราชทานแล้ว เหลือนั้นสั่งให้เทเสีย ต่อยหม้อข้าวหม้อแกงให้จงสิ้น ในเพลากลางคืนวันนี้ตีเอาเมืองจันทบูรให้ได้ไปหาข้าวกินเช้าเอาในเมือง ถ้ามิได้ก็ให้ตายเสียด้วยกันเถิด"

ราวตีสามคืนนั้น พระเจ้าตากเสด็จทรงช้างพระที่นั่งเข้าทลายประตูใหญ่ พร้อมทแกล้วทหารไทยจีนบุกเข้าเมืองได้ทุกด้าน

พระยาจันทบูรก็พาบุตรภรรยาหนีลงเรือไปสู่ปากน้ำพุทไธมาศ.

*ตีเมืองตราด

เมื่อได้เมืองจันทบูรแล้ว พระเจ้าตากให้ยกทัพทั้งทางบกและทะเลไปถึงบ้านทุ่งใหญ่ เมืองตราด อันเป็นที่ชุมนุมพ่อค้าวาณิชนายสำเภาทั้งปวง

ฝ่ายจีนเจียมผู้เป็นใหญ่กว่าชาวสำเภาทั้งปวงยอมสวามิภักดิ์ จึงพาธิดามาถวายพระเจ้าตาก

ต่อเรือรบ
พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรีจดว่า เมื่อได้เมืองตราดแล้วพระเจ้าตากเสด็จกลับมาประทับอยู่เมืองจันทบูร "ยับยั้งอยู่ต่อเรือรบได้ ๑๐๐ ลำเศษ"

บริเวณปากแม่น้ำจันทบูรมีซากเรือจมอยู่ริมตลิ่ง เชื่อกันว่าบริเวณนี้น่าจะเป็นอู่ต่อเรือรบหรือซ่อมเรือของพระเจ้าตาก เตรียมที่จะยกเข้ายึดกรุงศรีอยุธยาคืนให้จงได้

*ยึดค่ายโพธิ์สามต้น

พระเจ้าตากยกทัพเรือเข้าปากน้ำเมืองสมุทรปราการ แล้วให้เร่งเข้าตีเมืองธนบุรี

ฝ่ายกรมการพวกที่อยู่รักษาเมืองธนบุรีหนีขึ้นไปโพธิ์สามต้นกรุงเก่า แจ้งเหตุแก่สุกี้ผู้เป็นพระนายกอง พระนายกองก็ให้จัดพลทหารพม่า มอญ ไทย เป็นทัพเรือตั้งสกัดอยู่เพนียด แต่แล้วก็แตกหนีไป

พระเจ้าตากยกเข้าตีค่ายโพธิ์สามต้น แล้วเข้าควบคุมค่ายไว้ได้

นี่เท่ากับประสบความสำเร็จในการยึดกรุงศรีอยุธยาคืน

พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) พรรณนาว่า... "แล้วจึงให้เชิญเสด็จพระบรมศพพระที่นั่งสุริยาศน์อัมรินทร์แห่แหนมา ณ โพธิ์สามต้น ถวายพระเพลิง..."


ภารกิจในการรวมคนเพื่อกู้ชาติ ครั้งนั้นจึงถือว่ายิ่งใหญ่ และยาก หากมิได้มีพระวิสัยทัศน์ พระอุตสาหวิริยะ และพระบารมีที่เหนือกว่าคนทั้งปวงแล้ว ก็ยากที่จะบรรลุได้ หากไม่มีพระองค์ท่านกู้ชาติและสร้างชาติในด้านอื่น ๆ ในระยะเวลาต่อมาแล้ว นึกไม่ออกว่าชาติสยามของเรา ในวันนี้จะเป็นอยู่กันอย่างไร

พวกเราทุกคนที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยในแผ่นดินนี้ จึงควรระลึกถึงท่านให้จงหนัก เมื่อทำบุญครั้งใดควรระลึกน้อมจิตอุทิศถึงท่านด้วย


pig pig pig

**คัดตัดตอนมาจากบทภาพยนตร์สารคดีชุดสามกรุงศรี ตอนกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร โดยสุจิตต์ วงษ์เทศ เมื่อ ๒๕๔๐.

chaiyos

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 2
Registration date : 10/06/2008

เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง

เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down

Re: เส้นทางการเดินทัพ พระเจ้าตากสินมหาราช จากวัดพิชัยสู่ตราด เพื่อกอบกู้บ้านเมือง

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญ  Admin on Tue Jun 10, 2008 10:14 am

ขอน้อมรำลึกด้วยคนคร้าบ
pig
avatar
Admin
Admin

เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 13
Registration date : 04/03/2008

เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://thumdoa.get-forum.net

เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down

เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™


 
Permissions in this forum:
เธ„เธธเธ“เน„เธกเนˆเธชเธฒเธกเธฒเธฃเธ–เธžเธดเธกเธžเนŒเธ•เธญเธš